081-300-7171 ติดต่อ-สอบถาม

การดูแลรถยนต์เบื้องต้น: รู้ได้อย่างไรว่าวาล์วน้ำปิดตาย

การดูแลรถยนต์เบื้องต้น: รู้ได้อย่างไรว่าวาล์วน้ำปิดตาย

car overheated

รู้ได้อย่างไรว่าวาล์วน้ำปิดตาย  ทำได้ง่ายมาก ให้ใช้มือบีบท่อยางหม้อน้ำ ถ้าเครื่องเย็น บีบแล้วจะรู้สึกบีบได้ง่าย แต่ถ้าเครื่องร้อนจะบีบไม่ต่อยลง เพราะมีแรงดันของน้ำเนื่องจากวาล์วน้ำทำงานแล้ว ถ้าบีบแล้วยังนิ่มเหมือนเดิมแสดงว่าวาล์วน้ำปิดตาย เนื่องจากน้ำไม่ไหลเวียนไปยังหม้อน้ำควรเปลี่ยนวาล์วน้ำใหม่

หมายเหตุ เมื่อวาล์วน้ำปิดตาย อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดเดือดจากนั้นน้ำหล่อเย็นจะเริ่มเปลี่ยนเป็นไอน้ำ สิ่งนี้จะทำให้ความดันในระบบเพิ่มขึ้นและดันฝาหม้อน้ำให้ระบายออกโดยเร็ว ความดันที่สูงเกินไปจะทำให้ท่อยางหม้อน้ำแตกหรือตะเข็บที่หม้อน้ำมีรอยปริและรั่ว

ผลเสียของการถอดวาล์วน้ำออก              มีช่างบางท่านแก้ปัญหาเครื่องยนต์ร้อนจัดด้วยการถอดวาล์วน้ำออก ซึ่งถ้าเสียก็จำเป็นต้องถอดออก แล้วถ้าวาล์วน้ำอันใหม่มาใส่ ถ้าไม่ใส่วาล์วน้ำเครื่องยนต์จะร้อนช้า โดยเฉพาะขณะอากาศเย็น ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมาก ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอและทำให้กำลังของเครื่องยนต์ลดลง นอกจากนี้ยังมีมลพิษมากอีกด้วย

เครื่องยนต์ 4 สูบที่ไม่ใส่วาล์วน้ำ การไหลเวียนของน้ำหล่อเย็นจะไม่ทั่วถึง น้ำจะไหลเวียนได้ดีเฉพาะสูบที่ 1 และ 2  ส่วนสูบที่ 3 และ 4 น้ำจะไม่ไหลเวียน ทำให้ความร้อนสูบที่ 1 และ 2 กับสูบที่ 36 และ 4 ไม่เท่ากัน จะมีผลทำให้ฝาสูบร้าวหรือประเก็นฝาสูบขาด และทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด ด้วยเหตุนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงมีป้ายคำเตือนติดไว้ในห้องเครื่องว่า “อย่าถอดวาล์วน้ำในระบบหล่อเย็นออก เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้” วาล์วน้ำได้รับการออกแบบให้ควบคุมการไหลของน้ำหล่อเย็น เพื่อรักษาอุณหภูมิเครื่องยนต์ให้อยู่ในช่วงที่กำหนดไว้

            ที่ตัววาล์วน้ำจะมีเลขอุณหภูมิที่วาล์วน้ำเปิดติดอยู่  โดยรถญี่ปุ่นจะมี 2 ค่าคือ

car care 12

  • ชนิดอุณหภูมิต่ำ 82C (179.6 F) วาล์วน้ำเปิดระหว่าง 80-84C   ( 176-183.2F )
  • ชนิดอุณหภูมิสูง 88C (190.4F) วาล์วน้ำเปิดระหว่าง  86-90C  ( 186.8-194F )

ส่วนรถยุโรปจะมี 2 ค่าคือ

  • ชนิดอุณหภูมิต่ำ 85C (185F) วาล์วน้ำเปิดระหว่าง 85-96C   ( 185-204.8F )
  • ชนิดอุณหภูมิสูง 91C (8F) วาล์วน้ำเปิดระหว่าง  91-102C  ( 195.8-215.6F )