081-300-7171 ติดต่อ-สอบถาม

ข้อควรรู้ก่อน “ศัลยกรรมจมูก”

ข้อควรรู้ก่อน “ศัลยกรรมจมูก”

  • ก่อนทำศัลยกรรมจมูก ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัด ความเสี่ยง ผลลัพธ์ รวบรวมคำถามที่ไม่เข้าใจ ปรึกษาแพทย์ พูดคุยถึงความคาดหวังหลังการผ่าตัดศัลยกรรมกับแพทย์ สร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด  
  • การทำศัลยกรรมจมูก ในปัจจุบันมีเทคนิคที่ช่วยในการตรวจ การวางแผนผ่าตัดและในระหว่างการผ่าตัด เช่น การจำลองภาพก่อนผ่าตัด (Photo Simulation) การผ่าตัดผ่านการส่องกล้อง (Endoscope) ที่ช่วยให้ผลลัพธ์ในการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ 

จมูกเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของใบหน้า การมีจมูกที่เล็กเกินไป ใหญ่เกินไป  ผิดรูป หรือเบี้ยวเอียง ทั้งตั้งแต่กำเนิด หรือ เกิดจากอุบัติเหตุ ทำให้เสียบุคลิก ทำให้ขาดความมั่นใจในการทำงาน การเข้าสังคม และอาจมีปัญหาในการหายใจโดยเฉพาะขณะออกกำลังกายหรือเมื่อเป็นหวัด 

การทำศัลยกรรมจมูก คืออะไร? ดีอย่างไร?

การทำศัลยกรรมเสริมจมูกจะสามารถปรับโครงสร้างของจมูกให้เกิดความสมดุล รับกับรูปหน้า ด้วยเทคนิคการผ่าตัดในปัจจุบันจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ  ฟื้นตัวไว ผลข้างเคียงน้อย 

การศัลยกรรมเสริมจมูกมีเทคนิคที่หลากหลาย ตั้งแต่ เสริมด้วยซิลิโคน (Silicone) การตกแต่งปีกจมูก การผ่าตัดจมูกแบบเปิด( Open Technique) การใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู กระดูกอ่อนซี่โครง รวมถึงการใช้ไขมัน / ผิวหนังตัวเอง หรือเนื้อเยื่อเทียมมาช่วย  

  • เสริมด้วยซิลิโคน (Silicone)

เป็นการผ่าตัดที่เป็นที่นิยมมายาวนาน เป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาน้อย ฟื้นตัวไว แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถเหลาแต่งซิลิโคนให้เนียนเข้ากับจมูกเดิมและได้รูปทรงใหม่ตามที่ต้องการ  บางครั้งจะมีการใช้เนื้อเยื่ออื่นมาช่วยในการปรับแต่งด้วย เช่น กระดูกอ่อนหลังใบหู ไขมัน/ผิวหนังตัวเอง หรือ เนื้อเยื่อเทียม เพื่อช่วยในเรื่องความสวยงามและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดในผู้ที่มีเนื้อจมูกที่น้อยมาก หรือมีความผิดปกติของโครงสร้างจมูกเดิมมาก 

  • การตกแต่งปีกจมูก

ช่วยในการปรับแต่งรูปทรงโดยรวมของจมูกให้ดูเรียว เข้ารูป สวยงาม ปรับโหงวเฮ้ง สามารถทำพร้อมกับการเสริมจมูกได้ 

  • การผ่าตัดจมูกแบบเปิด (Open technique)

เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับแต่งโครงสร้างกระดูกและกระดูกอ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโครงสร้างจมูก เช่น กระดูกใหญ่เกินไป มีโหนกสันจมูกที่ใหญ่มาก (Large nasal hump)  โครงสร้างเบี้ยว เอียงผิดรูป ทั้งในกรณีที่เป็นของเดิมมาแต่กำเนิด หรือเกิดจากการผ่าตัดครั้งก่อนๆ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ  

การผ่าตัดนี้มักจะต้องทำร่วมกับการใช้เนื้อเยื่อตัวเองจากส่วนอื่นมาช่วยสร้างโครงสร้างจมูกใหม่ เช่น กระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกอ่อนซื่โครง การผ่าตัดนี้เป็นการผ่าตัดใหญ่ มีการดมยาสลบ และนอนพักฟื้นในโรงพยาบาล ใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนานกว่า  รูปทรงที่ได้อาจจำกัดด้วยเนื้อเยื่อที่มี  ข้อดีคือเป็นการใช้เนื้อเยื่อตัวเองทั้งหมด  สามารถแต่งรูปทรงได้ค่อนข้างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาของซิลิโคน 

ผู้ที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมจมูก

  1. ชายและหญิงที่มีปัญหาหรือต้องการปรับโครงสร้างจมูกให้รับกับรูปหน้าเพื่อความสวยงาม 
  2. อายุ 18 ปีขึ้นไป  
  3. ไม่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจ บางกรณีอาจต้องผ่านการตรวจโดยแพทย์หูคอจมูก ก่อนผ่าตัด 
  4. ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด เช่น โรคที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด(Hemophilia) โรคที่มีความผิดปกติของการหายของแผล (Ehlers-Danlos Syndrome) เป็นต้น 
  5. ไม่ได้กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร 
  6. มีความคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผล 
  7. มีสุขภาพจิตปกติ 

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการศัลยกรรมจมูก

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงแต่ไม่ใช่ว่าความเสี่ยงเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับทุกคน แพทย์จะให้คำปรึกษาและประเมินความเสี่ยง ให้โอกาสในการซักถามข้อสงสัย จากนั้นจึงร่วมกันตัดสินใจในการผ่าตัด 

ผลข้างเคียงจากการทำศัลยกรรมจมูก 

  1. ด้านรอยแผลเป็น หากไม่มีประวัติแผลเป็นประเภทคีลอยด์มาก่อน มักจะได้รับผลลัพธ์ที่เรียบเนียน ซ่อนในตำแหน่งที่เหมาะสม  
  2. ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ตรงกับที่ต้องการ ในส่วนนี้ต้องปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ก่อนทำศัลยกรรม เพราะแพทย์จะสามารถให้คำแนะนำ และออกแบบการผ่าตัดให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด  
  3. ผลข้างเคียงอื่นๆ ได้แก่ การหายของแผล (Wound complications) อาการชา (Numbness) ภาวะเลือดออก(Bleeding) เลือดคั่ง (Hematoma) การติดเชื้อ การเบี้ยวเอียง ทะลุ ผิวหนังขาดเลือดมาเลี้ยง (Skin necrosis) ซึ่งมักพบในคนที่สูบบุหรี่จัด ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น แต่หากควบคุมอาการได้ดี ก็มิใช่ข้อห้ามในการผ่าตัด   

การเตรียมตัวก่อนการศัลยกรรมจมูก

6 เดือน ก่อนการผ่าตัด 

  • งดยารักษาสิวชนิดที่มีส่วนผสมของวิตามิน A (Isotretinoin) เพราะอาจมีผลต่อการหายของแผล 
  • งดการทำ Filler  บริเวณจมูก 

3 เดือน ก่อนการผ่าตัด 

  • เตรียมความพร้อมของร่างกาย ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ  
  • ตรวจสุขภาพประจำปี หากมีโรคประจำตัว ควรพบแพทย์เพื่อรักษาและควบคุมอาการให้อยู่ในภาวะปกติ 
  • งดการทำเลเซอร์ / ร้อยไหม บริเวณจมูก   

4 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด 

  • งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ 
  • งดอาบแดด    
  • หลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงที่ใกล้ หรือ กำลังมีประจำเดือน หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการเลื่อนประจำเดือน 

10 วัน ก่อนการผ่าตัด 

  • งดยาที่มีผลกับการแข็งตัวของเลือด ได้แก่  
    • ยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Coumadin, Ticlid, Plavix or Aggrenox.
      (โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวถึงความปลอดภัยในการหยุดยา) 
    • ยาแก้ปวดประเภท Nsaids เช่น Ibuprofen, Advil, Motrin, Nuprin, Aleve, Relafen, Naprosyn,Diclofenac, Naproxen, Voltaren, Daypro, Feldene, Clinoril, Lodine, Indocin, Orudis เป็นต้น         
    •  ยาระงับประสาท ยานอนหลับบางชนิด เช่น Zoloft, Lexapro, Prozac, Pristiq เป็นต้น 
  • งด วิตามิน อาหารเสริมทุกชนิด ที่อาจมีผลกับการแข็งตัวของเลือด เช่น Multivitamins, Fish oil, Omega3, Co-enzyme Q10, Evening Primrose Oil, Glucosamine, Arnica, Ginseng, Gingko, herbs เป็นต้น 

นอกจากคำแนะนำข้างต้นแล้ว ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการศัลยกรรมจมูก ความเสี่ยง ผลลัพธ์ รวบรวมคำถามที่ไม่เข้าใจ ปรึกษาแพทย์ พูดคุยถึงความคาดหวังหลังการผ่าตัดศัลยกรรมกับแพทย์ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด  

ขั้นตอนการทำศัลยกรรมเสริมจมูก

  1. แพทย์จะซักถามและปรึกษาเรื่องผลลัพธ์อีกครั้งก่อนเข้ารับการผ่าตัด  
  2. ใช้เวลาในการผ่าตัด 1-3 ชั่วโมง 
  3. ให้ยาชาเฉพาะที่ หรือดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ 
  4. สามารถทำการผ่าตัดแบบ Day Surgery หรือ พักฟื้นในโรงพยาบาล 1-2 คืน 
  5. นัดตรวจติดตามอาการ วันที่ 5 และวันที่ 9  หลังการผ่าตัด 

การดูแลตนเองหลังการทำจมูก

การฟื้นตัวหลังผ่าตัดขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ความแข็งแรงของสุขภาพเดิมก่อนผ่าตัด ชนิดของการผ่าตัด การดูแลหลังผ่าตัดโดยทั่วไปมักมีอาการตึง ในบริเวณที่ผ่าตัด  ผิวแห้ง และมีอาการเจ็บ/ ปวดแผลเล็กน้อย

  1. ในช่วง 7 วันแรก ควรยกศีรษะสูง (นอนหนุนหมอน 2-3 ใบ)  
  2. ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม / อักเสบ 
  3. ทำความสะอาดแผลทุกวัน โดยการใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดคราบเลือดบริเวณปลายจมูก 
  4. อาการบวมช้ำอาจอยู่ได้นาน 1-3 อาทิตย์ ใบหน้าจะดูบวมมากในช่วง 3-5 วันแรกและจะยุบลงอย่างรวดเร็วใน 1-2 สัปดาห์  รูปทรงจะเข้าที่ในเวลา 2-3 เดือน  
  5. ควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงเป็นเวลา 3-6 เดือน 
  6. งดของหมักดอง และ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด 
  7. สามารถกลับไปทำงานได้ใน 1 สัปดาห์  
  8. ควรงดออกกำลังกาย 4 สัปดาห์ 
  9. ติดตามผลตามที่แพทย์นัดหมายอย่างสม่ำเสมอ 

ศัลยกรรมจมูกเป็นอีกทางเลือกหนึ่งและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ช่วยแก้ไขปัญหาของลักษณะจมูก ให้เกิดความสมดุล ความลงตัวครบทุกมิติและเป็นตัวช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ซึ่งการทำศัลยกรรมจมูก ควรคำนึงถึงความปลอดภัย ทำการผ่าตัดตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ และทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้